หลักในการวิเคราะห์ตลาดอาหารเสริม
สินค้าอาหารเสริม นั้น D Network Worldwide ผู้บริหารนั้นมีวิธี และกระบวนการคัดสรร คัดเลือกกันแบบพิถึพิถันมาก ๆ ครับ ซึ่งวันนี้ผมขอยกตัวอย่าง ตัวที่ชื่อได้ว่าเป็นพระเอก ของ D Network Worldwide เลยทีเดียว อาหารเสริมที่ชื่อว่า โกเรจินส์ (Koregins) วันนี้ลองมาดูที่ไปที่มากว่าจะมาเป็น โกเรจินส์ดูนะครับ
โรงงานของตนเอง หรือการคัดเลือกบริษัทที่ผลิต
อันที่จริง การมีโรงงานเป็นของตัวเอง เมื่ออดีต ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในการพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ นะครับ แต่ปัจจุบัน ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วครับ เพราะเมื่อก่อน เป็นยุคผูกขาด โรงงานการผลิตมีไม่กี่แห่ง มีอำนาจต่อรองค่อนข้างสูง เมื่อผลิตสินค้าขึ้นมาแต่ละชิ้น ก็สามารถขายได้ จึงสามารถตั้งราคาขาย และส่งผ่านพ่อค้าส่ง ค้าปลีกได้โดยที่ยังมีกำไร แต่เมื่อยุคปัจจุบันการแข่งขันยิ่งสูงขึ้น โรงงานการผลิตมีเยอะขึ้น หรือมีกระบวนการผลิตสินค้า มีความหลากหลายขึ้น การทำธุรกิจเครือข่าย หรือสินค้าทางด้านขายตรงกันเช่นกันครับ ซึ่งเมื่อสินค้าหลากหลายขึ้น ผู้บริโภคมีสิทธิ์ในการเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหากนวัตกรรมสูง ไฮเทค โอกาสในการขายผลิตภัณฑ์นั้นยิ่งมีมากขึ้น ยิ่งมีมาตรฐานกรรมวิธีในการผลิตสูง และมีคุณภาพ มีการปรับปรุงแล้วพัฒนา โดยทีมวิจัยอย่างต่อเนื่องด้วยแล้วสามารถทำการตลาดได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การสื่อสารการตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจมากขึ้น ที่เราเรียกว่า การโปรโมทต้องมีมากขึ้น ผู้ผลิตเองต้องมีการตั้งงบประมาณทางการตลาด เอาไว้เพื่อให้สินค้ามีเหตุจูงใจผู้บริโภคมากขึ้น เลยเกิดเป็นนักทำการตลาดขึ้นมา ในยุคปัจจุบัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ผู้นำทางด้านการตลาด เช่น ห้างใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Big C , Lotus , Carrefour , 7-eleven ซึ่งมีหน้าที่ทำการตลาด แต่มีสินค้าที่อยู่ในไลน์ผลิตไม่กี่ชิ้นครับ ส่วนใหญ่แล้วจะรับจากโรงงานการผลิต ซึ่งหากโรงงานใดต้องการขายสินค้า ก็จะมานำเสนอให้ผู้ทำการตลาด แต่เมื่อขายสินค้าไปแล้ว หากโรงงานที่ผลิตมีปัญหา เกิดเล่นตัวเพิ่มราคา หรือไปส่งเจ้าอื่น ๆ ที่ผิดเงื่อนไขไป ผู้นำทางด้านการตลาดก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกโรงงานการผลิตเจ้าอื่น ๆ แทน ฉะนั้นผมมองว่าหากเราช่ำชองในการทำการตลาด แล้วมาเลือกโรงงานที่เป็นมาตรฐานจะดูดีกว่า นี่แหล่ะครับเป็นเหตุผลที่ทางผู้บริหารมองว่า ต้องหาโรงงานที่ผลิตดี ๆ มีมาตรฐานตามที่เราเป็นผู้ทำการตลาดกำหนด โดยเราก็จะวิจัยทางการตลาดดูว่า แนวโน้มการตลาดเป็นอย่างไร ก็จะหาสินค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย หรือแนวโน้มป้อนเข้าสู่ตลาด
ทางผู้บริหารได้เลือกบริษัท เคนยากุ(ประเทศไทย)จำกัด ในการผลิตอาหารเสริมของทาง D Network Worldwide เนื่องด้วยอาจารย์สาคร ใสกมล ตอนที่เป็น GM บริหารอยู่โนโวเทรด ซึ่งมีคุณตุ้น หาญไกรพงศ์ เจ้าของบริษัทเคนยากุ (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาบริษัท ฯ จึงมีความสนิท และรู้จักผูกพันกันมามากกว่า 15 ปีซึ่งโรงงานผลิตมีมาตรฐาน GMP ได้มาตรฐานโรงงานระดับยอดเยี่ยม 5 ปีซ้อน และมีมาตรฐานความสะอาด และความปลอดภัยจากสารเคมี ระดับดีมาก ซึ่งในส่วนของคุณตุ้น หาญไกรพงศ์ เองก็เป็นบุคคลที่เชี่ยวชาญทางด้านการผลิตอาหารเสริม และยามากว่า 30 ปี และเชี่ยวชาญเรื่องโสม มาก ๆ เป็นบุคคลที่นำโสมมาเปิดตลาดในประเทศไทย จนเป็นที่รู้จัก
คัดเลือกสมุนไพรดีที่สุดในโลก
สมุนไพรเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ “ยอดยาอายุวัฒนะ”
1. สารสกัดมาตรฐานโสม
สมุนไพรที่ถือได้ว่าเป็น “ราชาแห่งสมุนไพร” นั่นก็คือ โสมนั่นเอง มีมานับพันปี ซึ่งทางเราเองก็ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก จนโต ไม่ว่าจะเห็นโสม ในรูปแบบยาดอง แบบโสมแห้ง โสมสด หรือโสมที่อยู่ในส่วนผสมกาแฟ อาหารเสริม เครื่องสำอาง เป็นต้น ทีนี้พวกเราได้ยินบ่อยครั้ง จึงเกิดความรู้สึกเคยชิน จนมีความรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเอาโสมมาเป็นส่วนผสมในอาหารเสริม แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็คือว่า โสม เป็นที่นิยมครับ เป็นที่รู้จักเยอะ ได้รับการยอมรับ แต่ปัญหาของโสม ก็คือว่า ลูกค้าที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงมาก ๆ หรือสุขภาพไม่ดีทางด้านอื่น ๆ บางคนทานไม่ได้ ซึ่งโสมส่วนหัวและส่วนตัว เป็นยาร้อน แต่ส่วนรากฝอย เป็นยาเย็น ทำให้โสม ออกฤทธิ์ หยินและหยาง คือ(หยิน)ยาร้อน ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และ(หยาง)ยาเย็น ทำให้ผ่อนคลาย กระตุ้นการเผาผลาญ ซึ่งแต่ละโรงงานมาตรฐานการสกัดสองส่วนนี้อยู่ในปริมาณไม่สมดุลกัน ซึ่งทำให้บางคนที่มีธาตุไฟอ่อน เวลากินโสมเข้าไป จะรู้สึกมึนศีรษะ หรืออาการอื่น ๆ ทานไม่ได้ก็มีครับ แต่โดยเครดิตของโสม ถือได้ว่าเป็น “ราชาของสมุนไพร” ดีที่สุดแล้ว มีหยินและหยางในตัว มีสารแพนแนกซาไทออล และแพนแนกซาไดออลในตัว มีร้อนมีเย็นในตัว แต่ว่ามันอยู่ที่ใครเข้าใจการนำเอามาใช้ประโยชน์ และโสมสายพันธุ์ที่ดีที่สุด ก็คือ โสมเกาหลีใต้ ประมาณว่า เหมือนข้าวหอมมะลิ ดีที่สุด อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ หอม อร่อย เอาสายพันธุ์นี้ไปปลูกที่อื่น ก็ไม่หอม อร่อย เท่าปลูกที่สุรินทร์ ฉันใดฉันนั้น โสมก็เหมือนกัน นั่นแหล่ะจึงบอกว่าสายพันธุ์ที่ดีที่สุด อยู่ที่เกาหลีใต้ จึงได้ชื่อว่าโสมเกาหลีนั่นเอง ซึ่งกรรมวิธีในการปลูกโสมก็ไม่ธรรมดานะครับ เพาะเมล็ด 8 ปี ปลูก 4-6 ปี อุณหภูมิในการเพาะปลูก 0-25 องศาเซลเซียส เก็บก็ต้องเก็บช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเก็บเสร็จแล้ว ต้องพักดินอีก 6 ปี ซึ่งมีขั้นตอนเยอะแยะเลยครับ สังเกตประชาชนชาวเกาหลี มักมีอายุยืน เป็นที่ยอมรับ ซึ่งการเป็นที่ยอมรับข้อดีของสินค้าก็คือว่า เวลาไปนำเสนอ เมื่อเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมาก การตลาดก็จะทำง่าย และจุดเด่นของวัตถุดิบที่บริษัท เคนยากุ(ประเทศไทย) นำมาผลิตนั้น นำไปสกัดที่เยอรมนี ใช้นวัตกรรมชั้นสูง สกัดแบบมาตรฐาน ซึ่งได้จินซีโนซายด์หรือแร่ธาตุทั้ง 22 ชนิด ในอัตราที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการออกฤทธิ์ตรงกับการต้องการ ซึ่งเรียกกรรมวิธีในการสกัดนี้ว่า “สารสกัดมาตรฐานโสม”
2. สารสกัดจากเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือ ถือได้ว่าเป็น “ราชินีของสมุนไพร” น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักสำหรับคนที่รักสุขภาพและดูแลร่างกาย มีมามากกว่า 2,000 ปี บางบริษัทขายเฉพาะเห็ดหลินจือ อย่างเดียว มียอดขายหลายร้อยล้านบาทต่อปี รวยเลยหล่ะครับ เป็นที่ยอมรับ ขนาดในพระราชฐาน โครงการส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีวิจัยเรื่องเห็ดหลินจือ โดยเป็นส่วนผสมกับนม “จิตรลดา” เพื่อให้คนไทยได้ดื่มและมีสุขภาพดี ถือได้ว่าเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ไม่ธรรมดา สมัยก่อนเป็นอาหาร ระดับฮ่องเต้ ขุนนางระดับสูง บรรดาเศรษฐี แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้ผลิตและแพร่กระจายสู่คนทั่วไป ซึ่งสายพันธุ์ที่ดีที่สุด คือ สายพันธุ์สีแดง กาโนเดอร์มา ลูซิดั่ม มีสารโพลีแซกคาไรด์ในปริมาณมากที่สุดเป็นยาอายุวัฒนะ ถือได้ว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” เป็นยาวิเศษนั่นเอง
3. นมผึ้ง
นมผึ้งเป็นสารที่บริษัทขายตรงเจ้าแรก ๆ นำมาทำการตลาด ก่อนที่คุณหมอเปิดบริษัทใหญ่โต ยอดขายเป็นอันดับสองของขายตรง ในปี 2553 นี้ท่านก็ไปฟังบรรยายเกี่ยวกับสารในนมผึ้ง จนนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แสดงว่านมผึ้งมีมานานแล้ว มีคนที่สนใจ มีแฟนพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์มานาน กระแสตอบรับดี บางท่านมีกรดยูริกในข้อในกระดูก ก็นิยมทานนมผึ้ง ต้องการผิวดี เป็นสิว ผิวหนังอักเสบ ซึ่งนมผึ้งเป็นตัวที่ช่วยลดการอักเสบ และดูแลผิวพรรณเป็นอย่างดี บำรุงร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย บำรุงประสาทและสมอง ความมหัศจรรย์อยู่ตรงที่ นมผึ้ง ใน 1 รังซึ่งจะมีผึ้งอยู่ประมาณ 60,000 ตัว จะสามารถผลิตนมผึ้งได้ 1.5-3.3 กรัมต่อวัน เพื่อนำมาเลี้ยงตัวอ่อน 10 วันตัวอ่อนโตผิดหูผิดตา นางพญากินทุกวัน ซึ่งมีอายุ 4-5 ปี มีอายุเยอะกว่าผึ้งงานและผู้ตัวผู้ ซึ่งอายุเพียงแค่ 45 วัน ถือได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดีเลยทีเดียว
สมุนไพรเกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณ
D Network Worldwide มองว่าทั้ง 3 ตัวเป็นสุดยอดสมุนไพร เป็นยาอายุวัฒนะอย่างดี คนเราต้องการสุขภาพดี อายุยืนยาว ร่างการแข็งแรง ดูสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดถือว่าผ่าน แต่ผู้บริหารมองว่า ถ้าใส่ไปแค่นี้ คงจะไม่เหมาะกับสมัยปัจจุบัน หรือเพื่อมาทำการตลาด มันจะไม่โดดเด่นพอ เพราะในท้องตลาดมีอยู่เยอะแยะทั่วไป อาจจะมีกลุ่มคนที่ทานอยู่แล้วเป็นประจำ มีแฟนพันธุ์แท้ของแต่ละยี่ห้ออยู่บ้างแล้ว ซึ่งมองว่าคงเดินตลาดลำบาก เลยต้องเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องการดูแลผิวพรรณเข้ามาด้วย คือสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและสารสกัดจากเปลือกสนมาลิไทด์ฝรั่งเศส สองตัวนี้ถือได้ว่าเป็น Super Antioxidant สุดยอดสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งค้นพบได้ไม่นาน Hot Hit เป็นที่ต้องการของตลาด มีดาราบางท่าน เปิดสถาบันความงาม ขายเฉพาะสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและเปลือกสนฝรั่งเศสแค่สองตัวรวมกัน เม็ดหนึ่งเกือบร้อยบาท ทานแล้วผิวผ่องใส ขายดีกันชนิดที่ว่า “ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า”
4. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น
5. สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส
เนื่องจากสารสกัดจากเมล็ดองุ่นนั้นมีสาร OPC ต่อต้านอนุมูลอิสระ อย่างที่ทราบกันดีว่าวิตามินอี ซึ่งช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส ร่างกายแข็งแรง เลือดลมไหลเวียนดี เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น ไม่เปราะร้าว ส่วนวิตามินซี ช่วยทำให้ผิวผ่องผิวใส ฆ่าเชื้อโรค ไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เสริมสร้างการทำงานของกลูต้าไธโอน ช่วยชะลอความแก่ มักจะเห็นวิตามินซี อยู่ในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอยู่เสมอ ๆ แต่ทั้งสารสกัดจากเมล็ดองุ่นและเปลือกสนฝรั่งเศสที่มีฤทธิ์ดีกว่าวิตามินซี 20 เท่า และวิตามินอี 50 เท่า จะเห็นได้ว่าทั้งสองอย่างนี้เป็นที่นิยมในหมวดหมู่การบำรุงผิวพรรณ เครื่องสำอาง และเป็นที่ยอมรับวงการอาหารเสริมอย่างดีเลยทีเดียว
6. แอล-ซีสเตอีน (L-Cysteine)
แอล-ซีสเตอีนเป็นสารที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกลูต้าไธโอน ทำให้ตับอ่อนทำงานได้ดี สักเกตุตอนที่เรายังเป็นหนุ่ม ๆ เป็นสาวแรกรุ่นกันนั้น ผิวพรรณเรานั้นจะเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล แลดูสดใส แต่พออายุเรามากขึ้นผิวพรรณเราก็เสื่อมโทรมลง แลดูไม่สดใส แต่ตัวแอล-ซีสเตอีน เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกลูต้าไธโอนสร้างขึ้นมาเองแบบธรรมชาติ ไม่ได้ทานเข้าไปโดยตรง และช่วยป้องกันตับไม่ให้ถูกทำลาย แอล-ซีสเตอีนมีหน้าที่ไปช่วยดีท๊อกซ์สารพิษในตับ ประมาณว่าเป็นตัวทำละลายสารที่ไม่สามารถละลายได้ในน้ำ ป้องกันและยับยั้งไม่ให้เกิดไวรัสตับอักเสบบี ต้านทานความเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้าใส เรียบเนียน เปล่งปลั่ง จุดด่างดำลดเลือน และที่สำคัญทำให้ผิวขาวอมชมพู
7. แคลเซียม แอสคอร์เบต (Calcium Ascorbate)
แคลเซียม แอสคอร์เบต เป็นอนุพันธ์ของวิตามินซี ดีกว่าวิตามินซี 60 เท่า ไม่มีฤทธิ์เป็นกรด ช่วยเสริมให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้น ช่วยสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน และที่สำคัญเป็นตัวประสานเชื่อมประสาน เสริมประสิทธิภาพการทำงานของสารสกัดตัวอื่น ๆ
สารสกัดที่ได้มารวมกันในหนึ่งเม็ด
เมื่อได้สูตรที่ลงตัวแล้ว ทางผู้บริหารก็มาวิเคราะห์อีกว่า ปัญหาที่เจอกันในท้องตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีเยอะแยะเลย ส่วนราคาสารสกัดแต่ละประเภทราคาค่อนข้างสูง หากต้องการได้สารอาหารครบตามกระบวนการที่ร่างกายต้องการ และได้ผลิตภัณฑ์สูตรนี้ ต้องซื้อแยกแต่ละชนิด เวลาทานค่อนข้างยุ่งยาก และที่สำคัญค่ายอื่น ๆ หรือเจ้าอื่นเค้าจะขายแยกกันแต่ละชนิด ซื้อก็ต้องซื้อแยก อยากได้ครบทั้ง 7 อย่าง ก็ต้องซื้อ 7 กระปุก ทำให้ราคาที่ออกมาเยอะครับ กระปุกหนึ่งสมมุตว่า กระปุกและหนึ่งพันบาท เจ็ดกระปุกก็เจ็ดพันบาท มื้อหนึ่งสามสี่ร้อยบาท แพงหูฉี่เลยทีเดียวครับ ถึงแม้ว่าจะรวยขนาดไหนต้องคิดหนักหล่ะครับ เวลากินเข้าไปแต่ละมื้อ แล้วเวลากินไม่ใช่เม็ดเดียวสิครับ บางชนิดต้องกินสองถึงสามเม็ด รวม 7 อย่างก้อเป็นกำ ๆ มือ ยุ่งยากและมีสารเติมเต็มเยอะแยะ หากร่างกายดูซึมไม่ดี สารที่คิดว่าดี ๆ ก็โดนขับทิ้งไปเสียอีก อาหารเสริมบางตัว ทานรวมกันที่คิดว่าดี ๆ เกิดทำให้ฤทธิ์ของสารนั้นไปตัดฤทธิ์กันเอง ประสิทธิภาพไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรอีก สารเติมเต็มเยอะ แพงด้วย ยุ่งยากด้วย ทางผู้บริหารเลยเอาสารสกัดทั้ง 7 ตัวรวมกันในเม็ดเดียว ครบทุกอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีบริษัทเจ้าไหนกล้าทำกันหรอกนะครับ ซึ่งอย่างที่ผมบอกครับ ผู้บริหารทั้งสามทั้งทำอะไรหรือคิดวิเคราะห์อะไร จะออกแนวอารมณ์ศิลปิน อยากให้สินค้าที่ออกมาดูดี และได้ประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยประหยัดต้นทุนผู้บริโภค เวลาใส่สารก็จะใส่ในปริมาณเต็มที่ ตามมาตรฐาน อย.กำหนดในส่วนของอาหารเสริม ใส่เนื้อยา หรือเนื้อสารเข้าไปล้วน ๆ ครับไม่ใส่สารเติมเต็มให้มันเต็มเม็ด มาดูกันนะครับ เวลาซื้อแยกสารสกัดทั้ง 7 ชนิดราคาประมาณไหนบ้างครับ
สารสกัดมาตรฐานโสม 150 Mg. ราคา 75 บาท
นมผึ้ง 100 Mg. ราคา 20 บาท
สารสกัดจากเห็ดหลินจือ 60 Mg. ราคา 40 บาท
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 30 Mg. ราคา 15 บาท
สารสกัดจากเปลือกสน 30 Mg. ราคา 24 บาท
แอล-ซีสเตอิน 100 Mg. ราคา 15 บาท
แคลเซี่ยม แอสคอร์เบต 74.87 Mg. ราคา 15 บาท
รวม 204 บาท
จะเห็นได้ว่าแทนที่เราจะจ่ายเงินต่อมื้อ รวม 204 บาท โกเรจินส์รวมสารสกัดทั้ง 7 ชนิด รวม ๆ กัน ปริมาณเท่ากัน ในหนึ่งเม็ด เหลือ 43 บาทราคานักธุรกิจ ถือได้ว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ ครับของบรรดาผู้รักสุขภาพ ดูแลร่างกาย ซึ่งอาหารเกรดนี้นะครับ กระปุกหนึ่ง ห้าถึงหกพันบาท ถ้าได้ประมาณนี้ ถ้าเป็นผม ผมคงจะคิดหนักในการซื้อทาน แต่รวมทั้ง 7 อย่างราคากล่องหนึ่งอยู่ที่ 1,280 บาท(ราคานักธุรกิจ) มี 30 เม็ด ทานวันละ 1 เม็ด หนึ่งเดือนพอดีเลย ตกวันละ 43 บาท เป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ 7 สิ่งมหัศจรรย์รวมกัน สุดยอดมาก ๆ ช่วยลดต้นทุนในการใช้ชีวิต บำรุงร่างกาย บำรุงผิวพรรณในตัว ร่ายกายแข็งแรง มีแรงที่จะไปทำมาหากิน ก็ถือว่าราคาที่เคาะออกมาย่อมเยา ไม่มีใครเค้าทำกัน D Network Worldwide กล้าทำมากเลยครับ
การได้มาตรฐาน อย.ที่ใกล้เคียงความเป็นยา ผลลัพธ์เห็นผลรวดเร็ว ชัดเจน
โกเรจินส์ ดีนั้น ตอนที่ทางผู้บริหารนำทั้ง 7 ตัวมาผสมกันนั้น ซึ่งตอนที่ใส่เข้าไปในเพื่อให้ได้มาตรฐาน อย. ซึ่งทาง เกรด อย.มีมาตรฐาน มีอยู่ 3 ระดับด้วยกัน คือ อาหาร อาหารเสริม และยา ในส่วนของอาหารเสริมเค้าก็มีมาตรฐานในการใส่ส่วนผสม ซึ่งมีข้อห้ามกล่าวโฆษณาเกินจริง มันเป็นอาหารเสริมไม่ใช่ยา อย่ากล่าวอ้างว่ารักษาโรคนั้นโรคนี้ได้ ซึ่งพวกเราจะเห็นการกล่าวอ้างกันมากมาย ซึ่งทาง D Network Worldwide เองในสารในปริมาณที่ก้ำกึ่งระหว่าง ยา และอาหารเสริม ยกตัวอย่างเช่น เค้าให้ใส่สารนี้ในปริมาณ ไม่เกิน 100 Mg. หากเกินจะเป็นยา ทางผู้บริหารก็ใส่ไป 99 หรือ 100 Mg.ไปนั่นแหล่ะครับ คือเต็มแม็คของอาหารเสริมเลย ทำให้ประสิทธิภาพออกมาใกล้เคียงความเป็นยามาก ๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจน รวดเร็ว ไม่ใช่เอาชื่อสารมาแปะไว้ ขอให้มีชื่อไว้ขาย และใช้ชื่อในการทำการตลาดเท่านั้นเอง เหมือนบางยี่ห้อ ใส่ในปริมาณน้อยนิด แต่ในเชิงผู้บริโภคทานแล้วไม่ค่อยเห็นผลลัพธ์ ถึงแม้ไว้ใส่ในปริมาณมาก ต้นทุนวัตถุดิบก็มากด้วย แล้วทางผู้บริหาร ก็อย่างที่บอกครับว่าอารมณ์ศิลปิน อยากให้เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว และเป็นจุดแตกต่าง ทางด้านผลลัพธ์ เลยใส่ไปเต็มที่เลยครับ ประมาณว่า “หนึ่งเม็ด ตกถึงท้องเห็นผลชาตินี้ไม่ต้องรอชาติหน้า” ทานหนึ่งเม็ดก่อนนอน เช้าตื่นขึ้นมาสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ทานต่อเนื่อง 7 วันรู้สึกได้ 15 วันรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าเกลี้ยง หน้าใสขึ้น 30 วันรู้สึกว่าดีมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง
นี่แหล่ะครับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของ D Network Worldwide ที่มีชื่อว่า Koregins Dee (โกเรจินส์ ดี) ที่ถือได้ว่าเป็นพระเอกของที่นี่ และตอบโจทย์คนที่รักสุขภาพ และกลุ่มดูแลผิวพรรณ 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่นำมาผสมรวมกันอย่างลงตัว ทานแล้วเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ราคาย่อมเยา ทำการตลาดง่าย เลียนแบบยาก เพราะจดลิขสิทธ์ทางการค้าไว้ด้วยที่สามารถจัดจำหน่ายได้แต่เพียงผู้เดียว ตอบโจทย์หมวดอาหารเสริมดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดีครับ
บทความต่อไปลองมาดูวิธีวิเคราะห์แผนการตลาดในธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ณ ปัจจุบัน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง และแผนการตลาด D Network Worldwide มีวิธี Design แผนการตลาดอย่างไร ติดตามได้นะครับ
"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา"
ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา
ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา
ภัทรพล คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่
Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150
Email : pattarapon.bigproject@gmail.com
Website : http://dsystem.dnetworkinter.com/



0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น