สวัสดีครับ ผมชื่อภัทรพล คำบุญเรือง

aoom,dnetwork,d network

ผมมีความยินดีที่จะแบ่งปันความรู้และวิธีการ ที่จะทำให้คุณมีรายได้และประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ทุกธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจเครือข่าย MLM ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำให้หลาย ๆ คนต้องเจ็ดปวดและล้มเลิก สูญเสียความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง ผมยินดีที่จะแบ่งปันวิธีการทำธุรกิจ MLM แบบมืออาชีพ ขอให้คุณสนุกกับการเรียนรู้ การสร้างรายได้ ใช้ชีวิตอย่างอิสระ และมีความสุขกับการแบ่งปันให้คนรอบข้างนะครับ....

D network worldwide อาณาจักรสู่ความสำเร็จด้วยระบบ 3D system

บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

หลักในการเลือกทำธุรกิจเครือข่าย (D2 : สินค้า )

หลักในการเลือกทำธุรกิจเครือข่าย ( D2 : สินค้า )
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแชร์วิธีการเลือกทำธุรกิจเครือข่ายกับค่ายใดค่ายหนึ่งนั้น ผมมีวิธีการอย่างไรบ้าง ผมขอทวนวิธีการเลือกทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งผมได้มีโอกาสได้คุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่าย มามากกว่า 20 ปี สรุปเป็น 5 องค์ประกอบในการเลือก นั่นก็คือ 5D นั่นเอง 
5D ประกอบด้วย
          1.  เจ้าของบริษัท
          2.  สินค้า
          3.  แผนการตลาด
          4.  บริษัท
          5.  ระบบสู่ความสำเร็จ

D2.  สินค้า
ฟังภาพรวมในการเลือกสินค้า และแนวคิดในการคัดสรรสินค้า 
โดยประธานผู้ร่วมก่อตั้ง อาจารย์ภูมิสนอง หล้าสุด 





ในการเลือกพิจารณาสินค้าในการทำตลาดในธุรกิจเครือข่าย ผมมองว่า มันเป็นธุรกิจที่ไม่เหมือนธุรกิจทั่วไป จะต้องเป็นสินค้าที่พิเศษนิดหนึ่งนะครับ เพราะธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่ขยายธุรกิจที่เป็นลักษณะแชร์ประสบการณ์ อาศัยการตลาดที่เรียกว่า การตลาดแบบ ปากต่อปาก ใช้ดีแล้วบอกต่อ ฉะนั้นแล้วผมเลยสรุปวิธีวิเคราะห์เลือกสินค้าดังต่อไปนี้นะครับ
1.  ประหยัดเงินผู้บริโภค
2.  เห็นผลลัพธ์การใช้รวดเร็ว ชัดเจน
3.  สามารถทำการตลาดได้ทุก ๆ กลุ่ม
4.  รูปแบบผลิตภัณฑ์
5.  สินค้าขายตัวมันเองได้ ทำให้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
6.  แนะนำง่าย สามารถแบ่งขาย ทดลองได้
7.  สินค้าเป็นนวัตกรรม นำเทรน นำกระแส เลียนแบบยาก

สินค้า D Network Worldwide มีแนวทางเลือกสินค้าอย่างไรบ้าง
          ท่านประธาน มีมองมองการเลือกสินค้าที่น่าสนใจครับ ลองมาวิเคราะห์พร้อม ๆกันดูนะครับว่าเป็นอย่างไร สินค้าในธุรกิจเครือข่ายมีเยอะครับ หลายประเภทเลย ที่นี้มาดูกันก่อนนะครับว่ามีหมวดหมู่ในบ้าง
-  หมวดอาหารเสริม
ถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่มานานแล้วครับ บางที่ผู้ประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่ ขายมาตั้งแต่เป็นแม่ทีม 10 ปีจนถึงตอนนี้ ก้อเกือบ 60 ปี ซึ่งส่วนมากหมวดอาหารเสริม จะเป็นสมุนไพรเสียส่วนใหญ่ มองดูช่องทางการทำตลาด ถือได้ว่าตลาดใหญ่ครับ เด๋วผมจะอธิบายวิธีการเลือกต่อไปนะครับ
-  หมวดของเครื่องสำอาง
ถือได้ว่าเป็นหมวดที่มียอดขายอันดับหนึ่งของโลกเลยนะครับ แต่เทรนของเครื่องสำอางมาเร็ว ไปไวมากครับ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ๆ เนื่องด้วยเทคโนโลยีในการวิจัยและการผลิตที่สูงขึ้นนั่นเอง ถึงขั้นเอาทองคำมาทาหน้า ในปัจจุบัน ตามยุคตามสมัยนั้นเอง ซึ่งทางเราก็ถือว่าต้องหาผู้เชี่ยวชาญ หรือต้องดิวกับบริษัทที่มีทีมวิจัยระดับโลกจริง ๆ มาทำสินค้าหมวดหมู่นี้ให้เรา ซึ่งบริษัทนั้นก็คือ Dway Group นั่นเอง บริษัทนี้อยู่ประเทศใต้หวันครับ มีหน้าที่วิจัย และทำการผลิตอย่างเดียว และเลือกบริษัทที่จะนำผลิตภัณฑ์ไปทำการตลาด ซึ่ง Dway Group เองมีทีมวิจัยทางด้านผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ มีหน้าที่วิจัยอย่างเดียว ซึ่งมีปริมาณนักวิจัยอยู่ ประมาณเกือบร้อยท่าน มีมาตรฐานการผลิตระดับ Top 5 ในเอเชียเลย มีโรงงานผลิตระดับโลก อยู่ที่ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และใต้หวัน ถือได้ว่ามาตรฐานการผลิตระดับโลกครับ ซึ่งทาง Dway Grop ได้เลือก D  Network Worldwide ในการทำการตลาดสินค้ากลุ่มนี้เป็นหลัก ซึ่งเป็นสินค้านำเทรน นำกระแส โดยทางเราจดลิขสิทธิ์เป็นแบรนด์ของ D Network Worldwide สามารถจัดจำหน่ายได้แต่เพียงผู้เดียว ไม่สามารถ Copy ผลิตภัณฑ์แนวนี้ได้ ซึ่งทาง D way วิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา
-  หมวดหมู่ Body Care สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในครัวเรือน
ถือได้ว่าหมวดหมู่นี้เป็นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันนั่นเอง ซึ่งทางเราก็ดิวกับ Green Svile Co,.ltd เป็นบริษัทในเครือของโอสถสภาครับ ซึ่งมีชื่อเสียงในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่แล้วครับ ผลิตสินค้ามาตรฐาน GMP

-  หมวดหมู่ Technology
หมวดหมู่นี้ ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเทรน นำสมัย เช่น เหรียญ.... เครื่องกรองน้ำ เครื่องออกกำลังกาย ฯลฯ ทางเราวิเคราะห์ว่า เป็นสินค้าที่ซื้อครั้งเดียว เลียนแบบกันได้ไว ตลาดไปได้เร็ว แต่ไม่เกิดการซื้อซ้ำ มีผลในการสร้างองค์กร คือสร้างไปถึงจุดหนึ่ง เราก็ต้องหาคนใหม่ไปเรื่อย ๆ สร้างคนใหม่เรื่อย ๆ มันจะเหนื่อยครับ และที่สำคัญครับ คือทาง D Network Worldwide มองว่ายังไม่ถึงเวลา แต่อนาคตมีไหม ตรงนี้ผมคิดว่าคงจะมีแน่นอน ซึ่งสินค้าประเภทนี้เอามาเสริมได้ครับ แต่ถ้าเอามาเป็นตัวหลัก จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของท่านประธาน ท่านมองว่าไม่เหมาะแน่นอน
          -  หมวดหมู่การเกษตร
          หมวดนี้ถือได้ว่าเข้ากับประเทศเรานะครับ เพราะส่วนใหญ่ประชากรบ้านเราทำอาชีพเกี่ยวกับเกษตรอยู่แล้ว ทำการตลาดถือได้ว่ากว้าง ซึ่งมีบริษัทหนึ่ง ทำการตลาดจนเป็นที่รู้จัก ขายปุ๋ยกันถล่มทลายเลยทีเดียว (ปู.... นั่นเอง)ทั้งที่ท้องตลาดเค้าก็ขายปุ๋ย ขายผลิตประเภทนี้กันเยอะแยะ แต่ก็มีอุปสรรคบางอย่าง ทำให้ปิดตัวลง ผมมองว่าแท้จริงเนื้อในของบริษัทเค้าถือว่าดีนะครับ ผมเชื่อว่าเค้าเองมีเจตนาที่บริสุทธิ์ อาจจะมีเหตุผลบางประการในทางปฏิบัติ อาจจะไปทับสัมปทานของใครบางคนเข้าให้ครับ ทีนี้ทำไม D Network worldwide ไม่เลือกทำการตลาดหมวดหมู่นี้ในตอนนี้ เพราะว่าสินค้าหมวดหมู่นี้โดยส่วนใหญ่หนักครับ ขนส่งไม่สะดวก และที่สำคัญครับ เวลาเราไปนำเสนอ พวกเราจะต้องตากแดด ทำให้เกิดอาการที่ว่า หน้าดำ ผิวไหม้ผิวดำ ไม่ค่อยสวย ไม่ค่อยเท่ห์กัน อีกอย่างก็คือว่า สินค้าสักหมื่นกว่าบาท ต้องใช้รถบิคอัพขน ถ้าทีมงานสั่งเยอะ เป็นหลักแสน สี่ห้าแสนบาท ขนส่งลำบากครับ เสียค่าขนส่งเยอะด้วย แต่ใช่ว่าจะไม่ดีนะครับ แต่ทางผู้บริหารมองว่า ยังไม่ถึงเวลานั่นเอง

รูปแบบผลิตภัณฑ์สินค้าหมวดอาหารเสริม

          ผมขอวกมาที่หมวดหมู่อาหารเสริมนะครับ คือปกติมนุษย์เราต้องการสุขภาพดี อายุยืนยาว ร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว ทีนี้มาวิเคราะห์ตลาดอาหารเสริมในท้องตลาด มันมีเยอะมาก รูปแบบผลิตภัณฑ์ก็จะแตกต่างกัน แต่เจตนาของสินค้าผมมองว่าดีหมดครับ แต่อยู่ที่ประเด็นการใช้งานมากกว่าครับ ว่าจะใช้รูปแบบไหนแค่นั้นเอง ตรงเป้าหมายที่เราต้องการมากกว่ากันครับซึ่งผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดก็มีดังนี้ครับ

- บรรจุใส่ขวด
รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นขวด บรรจุใส่น้ำสมุนไพรลงไป  น้ำดำบ้าง ขาวบ้าง คือ ทางผู้บริหารก็มองว่า ถ้าจะเลือกเป็นขวด ก็มองไปถึงเรื่องของการขนส่งครับ เพราะมันหนักนั่นเอง ส่งไปต่างจังหวัดที ไม่สะดวก ราคาส่งแพง ค่าใช้จ่ายในการส่งเยอะ หรือเวลาเราหิ้วไปส่งลูกค้า นักธุรกิจบางท่าน รายได้อาจจะยังไม่เยอะ ยังไม่มีรถส่วนตัว ต้องหิ้วขึ้นรถเมล์ รถประจำทาง หิ้วไปหิ้วมา ก้อลำบาก กล้ามขึ้นพอดี แต่ก้อได้ออกกำลังกายดีครับ รวมทั้งเก็บรักษาค่อนข้างจะยาก ต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมด้วย โดนแดด ร้อนบ้าง หนาวบ้าง ทำให้ปฏิกิริยาภายในสมุนไพรเปลี่ยนไป
-  รูปแบบเจล
รูปแบบผลิตภัณฑ์รูปแบบนี้ โฆษณากันมากครับ ช่วงนี้ ที่มองว่าเป็นนวัตกรรม แต่อันที่จริง มันคือรูปแบบน้ำ ที่ใส่เยลลี่ ให้เป็นเจลนั่นเองครับ และก็มาบรรจุ เวลาดูด ๆกินก็ดูเท่ห์ดีนะครับ แต่อันที่จริงพวกเรามีนวัตกรรมอย่างนี้มาตั้งนานแล้วหล่ะครับ ลองดูแชมพูแฟซ่า ที่ใส่ซองกันไม่กี่บาทครับ อุ้ย แต่ว่าไม่มีเจตนาลบนะครับ อาจจะมีผลเรื่องการดูดซึมที่ดีขึ้น ซึ่งตรงนี้ก้อถือว่าดีครับ แต่ทางเรามองว่า มันมีผลเรื่องของการเก็บรักษานั่นเอง ที่ทำให้มีข้อจำกัดครับ
-  รูปแบบสเปรย์
รูปแบบนี้เช่น สเปรย์ฉีดใต้ลิ้น ก็ถือว่าดีครับ แต่ทางผู้บริหารมองว่าคงจะยังข้อจำกัดอยู่เหมือนกันครับ ขนาดที่ใหญ่ การเก็บรักษามีข้อจำกัดเช่นกัน
-  รูปแบบเม็ด
รูปแบบนี้ก้อมีทั่วไปครับ ทางผู้บริหารมองว่า มันไม่หนัก สามารถบรรจุอยู่ในรูปแบบแผงได้ เพื่อป้องกันบรรยากาศภายนอก ดูดีถูกสุขอนามัยด้วยครับ แต่ถ้าจะเป็นแบบแคปซูล หรือใส่เป็นกระปุก ก้อติดประเด็นตรงที่เวลาเรานำเสนอลูกค้า แต่ลูกค้าอยากทดลองกินลำบากครับ จะแบ่งขายใส่ถุง หรือห่อไป รวมทั้งเอามือหยิบจับให้ลูกค้า  คือมองแล้วว่าไม่ถูกหลักอนามัย และยุ่งยากพอสมควรเวลาให้ลูกค้าทดลอง แต่ถ้ารูปแบบแผงที่ซิวแล้วแยกเม็ด เราสามารถตัดแบ่งขายก็ได้ ขายยกแผง แผงหนึ่งก็ 10 เม็ดเหมือนรูปแบบยา ทำให้สะดวกสบาย ด้วย  กล่องหนึ่งสัก 30 เม็ด แยก 3 แผง แผงละ 10 เม็ด ถือว่าลงตัว และที่สำคัญก็คือว่าเบา น้ำหนักไม่เยอะ ยิ่งขนส่งก็ยิ่งง่าย เสียค่าใช้จ่ายไม่แพง ยกตัวอย่างส่งสินค้าทางไปรษณีย์ไปต่างจังหวัดให้ลูกค้า ส่งห้าหมื่นบาท เสียค่าขนส่งนิดเดียวเองครับ ร้อยกว่าบาท อย่างนี้เป็นต้น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องการขนส่งเยอะเลยครับ ขนใส่รถเก๋งเรา ถ้าลองเปรียบเทียบนะครับ ถ้ารูปแบบนี้ ของใส่ผลิตภัณฑ์รูปแบบนี้ใส่ไปทั้งคัน มูลค่าสินค้าก็เกือบ 500,000 บาท แต่ถ้าเป็นปุ๋ยพวกเราลองคิดดูครับ แหนบคานรถท่าทางจะหักกันพอดีครับ นี่แหล่ะครับเรื่องการเลือกการบรรจุภัณฑ์สินค้า พิถึพิถันในการเลือกมากเลยครับ เกิดจากประสบการณ์ของผู้บริหารครับ

รูปแบบนวัตกรรมในการผลิตอาหารเสริม
          ทางผู้บริหารมองว่า ต้องใช้สมุนไพรที่เป็นที่รู้จัก สามารถทำการตลาดได้ง่าย และที่สำคัญมีกรรมวิธีในการผลิตที่สูง เป็นมาตรฐานสากล GMP บทความต่อไปมาดูกันนะครับว่า กว่าที่จะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ชื่อว่า โกเรจินส์ (Korejens) มีที่ไปที่มาอย่างไรบ้างนะครับ ติดตามการเลือกสินค้า ในบทความต่อไปนะครับ


"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา"

ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150


หลักในการเลือกทำธุรกิจเครือข่าย (D1 : เจ้าของบริษัท)

หลักในการเลือกทำธุรกิจเครือข่าย (D1 : เจ้าของบริษัท)

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแชร์วิธีการเลือกทำธุรกิจเครือข่ายกับค่ายใดค่ายหนึ่งนั้น ผมมีวิธีการอย่างไรบ้าง ในมุมมองของผมนะครับ ผมมองว่าการเลือกทำธุรกิจเครือข่ายสักค่ายหนึ่ง มันก็เหมือนกับการทำเราเลือกคู่ครองนั่นแหล่ะครับ เลือกถูกเลือกผิดเนี๊ยะ ก็ต้องอยู่ด้วยกันจนตัวตาย แต่ถ้าหากทนไม่ได้ ก็ต้องหย่าขาด เลิกแล้วต่อกัน ทำให้เสียเครดิต ไปไม่น้อยเลยทีเดียว เอาหล่ะครับเข้าเรื่องเลยดีกว่า หลักการเลือกที่แท้จริงในมุมมองของผม ซึ่งได้มีโอกาสได้คุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่าย มามากกว่า 20 ปี หลาย ท่าน จะพบปัญหาที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เลยขอสรุปเป็น 5 องค์ประกอบในการเลือก นั่นก็คือ 5D นั่นเอง

5D ประกอบด้วย
          1.  เจ้าของบริษัท
          2.  สินค้า
          3.  แผนการตลาด
          4.  บริษัท
          5.  ระบบสู่ความสำเร็จ
D1. เจ้าของบริษัท

 ฟังภาพรวม ความเป็นไปเป็นมา โดยประธานผู้ร่วมก่อตั้ง อาจารย์ภูมิสนอง หล้าสุด




          ยุคนี้สมัยนี้ผมมองว่า เจ้าของบริษัท มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ เป็นยุคสมัยที่มีนายทุน เข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย หรือขายตรง ค่อนข้างเยอะ ผมมองว่าธรรมชาติของนายทุน เมื่อทำกิจการแล้วต้องแสวงหาผลกำไรอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้น เมื่อเค้าของทุนทำธุรกิจต้องแสวงหาผลกำไรให้ได้มากที่สุด หากทำไม่เป็นก็ต้องจ้างบุคคลที่มีความรู้ในด้านนั้นมาเป็นผู้ขับเคลื่อน หรือบริหาร เพียงแต่ให้นโยบายไป (ประมาณว่าทำอย่างไรให้มันได้กำไรนั่นแหล่ะครับ) ทีนี้ครับยุคนี้นายทุนที่เข้ามา เนื่องด้วยไม่มีประสบการณ์เลยจ้างผู้บริหาร ตรงนี้แหล่ะครับที่ทำให้เกิดอาการที่ว่า บริษัทเปิดดำเนินการไปแล้วสักพัก แล้วก้อปิด แล้วทำบริษัทใหม่ จ้างผู้บริหารชุดใหม่ เปลี่ยนนั่น เปลี่ยนนี่ แล้วแต่ตามผู้บริหาร หรือบรรดาแม่ทีมเสนอแนะ ทำให้ภาพลักษณ์ธุรกิจเครือข่ายมองดูแล้วไม่มั่นคงนั่นเอง ผมเลยมองว่า เจ้าของบริษัทต้องเก่งครับ มีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายมาก่อน คือเป็นแม่ทีมนั่นแหล่ะครับ มาเปิดบริษัท ถ้าเจ้าของมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ก็จะบริหารงานให้เติบโตได้
          เจ้าของบริษัท                    100     เปอร์เซ็นต์
          แม่ทีม                               80     เปอร์เซ็นต์
          ผู้นำ                                 60     เปอร์เซ็นต์
          นักธุรกิจ                            40     เปอร์เซ็นต์
เปรียบเทียบเช่น ช่างซ่อมรถ ที่เมื่อก่อนเป็นเด็กอู่มาก่อน จนเติบโตเปิดอู่ซ่อมรถเอง กับอีกอู่หนึ่งที่เจ้าของอู่ เป็นทุนอยู่ก้อนหนึ่ง แล้วมาจ้างช่างชำนาญการ มาบริหารอู่ ถ้าท่านรถเสีย แล้วต้องเลือกซ่อมรถของท่าน ในบรรดาสองอู่ข้างต้นนี้ ท่านจะเลือกซ่อมอู่ไหนครับ ถ้าเป็นผม คงต้องเลือกอู่ที่เจ้าของเป็นช่างมาก่อนนั่นแหล่ะครับ ฉันไดฉันนั้นครับ
บริษัทขายตรงก็เหมือนกันครับ ขายตรงหรือ ธุรกิจเครือข่ายที่เติบโตกัน อย่างต่อเนื่องและมั่นคงนั้น ผมขอวิเคราะห์เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ
          - บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย แอม.... เจ้าของคือ R กับ J เค้าเป็นแม่ทีมหรือทำธุรกิจเครือข่ายกับ นูทรีไลท์มาก่อน ตอนมาเปิด แอม...ครั้งแรกเนี๊ยะที่อเมริกา ก็มีขายตรงเปิดกันอยู่แล้วครับ ประมาณ เกือบพันบริษัท แต่เป้าหมายที่ทั้งสองวางไว้ ก็คืออยากจะทำแอม...ให้ยิ่งใหญ่ เน้นสร้างธุรกิจโดยยึดหลักคอนเซ็ปการสร้างทีม หรือบริหารทีม โดยเริ่มจากเช่าตึกชั้นใต้ดิน เริ่มสินค้าเพียงตัวเดียว จนปัจจุบัน แอม...ก็เติบโตไปทั่วโลก แล้วทั้งสอง ก็ไปซื้อกิจการ นูทรีไลท์มาเป็นกิจการของเค้าในเวลาต่อมา ในขณะเปิด แอม...ครั้งแรก เค้าเลือกเปิดบริษัทในรัฐมิชิแกน ถ้าเปรียบบ้านเรา ก็ต่างจังหวัดหล่ะครับ ประมาณว่าบ้านนอกนั่นแหล่ะ สุดท้ายแอม.....ก็โตอย่างยิ่งใหญ่ ยอดขายเป็นแสนล้าน ทั่วโลก
          -  บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย เอม...... เจ้าของคือคุณหมอลพาเนี๊ยะก้อเป็นแม่ทีมระดับมรกต แอม.... แล้วก็เชิญอัพไลน์ที่เป็นเพชร คือคุณหมอท่านหนึ่งนั่นแหล่ะครับ มาเปิดเอม..... สุดท้ายก็บริหาร โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี เติบโต จนยอดขายปี 2553 เกือบ 5,000 ล้านบาท ขยายสาขาไปประเทศเศรษฐกิจ รวมยอดขายประมาณ 10,000 ล้าน ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยครับ
          - บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย กิฟ..... เจ้าของก็เป็นคุณหมอต้อย ก็เคยเป็นแม่ทีม เป็นผู้บริหารระดับสูงจาก สุพรี.....มาก่อน ท่านก็บริหาร กิฟ......ของท่านจนยอดขายเติบโต เป็นเบอร์หนึ่งธุรกิจขายตรงสัญชาติไทย ได้อย่างยอดเยี่ยม  ยอดขายปี 2553 ก้อเติบโตเกือบ 5,000 ล้าน เช่นกัน
          -  บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย นีโอ...... เจ้าของคือคุณนพรุจ ก็เป็นแม่ทีมมาก่อน เน้นสร้างคอนเซ็ป เหมือนกัน ก็เติบโต ปี 2553 ยอดขายเกือบ 3,000 ล้านบาท เช่นกัน
          -  บริษัทขายตรงอื่น ๆ เช่น ปู.... ก่อนปิดตัว ก็สร้างประวัติศาสตร์ยอดจำหน่ายปุ๋ย จนเติบโตมากมาย หรือแม้แต่ ซู......หรือ คัง........ ก้อเติบโตติด Top 10 เรื่อยมา
สรุปแล้วถ้าเจ้าของเก่ง ถึงเงินทุนจะไม่มาก แต่สามารถใช้ หนึ่งสมองกับสองมือ พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้ จนเติบโตได้ ถือได้ว่าไม่ธรรมดาครับ ทีนี้ลองมาดูบริษัทขายตรงที่มองดูแล้วน่าจะเติบโตมากมาย เพราะมีทุนหนามาก ๆ แต่ผิดคาดครับ ปิด ๆ เปิด ๆ ไปมากมาย เพราะเจ้าของอาจจะเก่งในการบริหารในด้านอื่น ๆ จนติดอันดับธุรกิจด้านนั้น เป็นเบอร์หนึ่งด้านนั้น ๆ มา ก้อไม่ได้เติบโตอะไรมากมายครับ ยกตัวอย่างนะครับ
          -  บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย lox….. แถวคลองเตยมีเงินทุนมหาศาล แต่ก้อไม่ได้เติบโตมากมาย จนปิดตัวในธุรกิจขายตรงไปในที่สุด
          -  บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย Dream…… เจ้าของนาฬิกาหรูเลย มีเงินมากมาย ทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้ง 300 ล้านบาท บริหารขายตรงมาสักระยะหนึ่ง แต่ปรับโน่นนี่นั่น เปลี่ยนผู้บริหาร สรุปแล้วก็ไม่ถือว่าเติบโตมากมาย
          -  บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย U…… ของบริษัทที่ผลิตนักร้องนักแสดง แถวสุขุมวิท ทั้งที่มีนักร้อง นักแสดงเต็มค่ายในการช่วยโปรโมท ก็ไม่ได้เติบโตอะไรมากมายเช่นกัน
          -  บริษัทขายตรงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สหได.... , สหฟ........ , อาวี....... ฯลฯ ทั้งที่มีเงินทุนหนา แบล็คกราวแน่น ก็ไช่ว่าจะเติบโตมากมาย
          ผมเลยมองว่า สมัยนี้ไม่ใช่มองแต่ว่าเจ้าของมีเงินหรือไม่มีเงินในการทำธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจขายตรงให้เติบโตได้ มันต้องมีส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วยรวมทั้งมีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในธุรกิจขายตรงจริง ๆ ต้องมีกึ๋นจริง ๆ นั่นเองครับ เพราะเค้ารู้ว่านักธุรกิจต้องการอะไร ต้องบริหารอย่างไรบ้าง เข้าใจธุรกิจนี้ มุมมองวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ฉะนั้นแล้ว ในการเลือกธุรกิจเครือข่าย ทำอย่างมืออาชีพจริง ๆ ต้องพิจารณาสิ่งนี้เป็นอันดับแรกก่อนครับ วลีเด็ด ในวรรณคดี สามก๊กที่บอกว่า “นกยังเลือกกิ่งเกาะ แล้วใยเล่าข้าจะไม่เลือกนายที่ดี” นั่นแหล่ะครับผมเลยมองเจ้าของเป็นอันดับแรกครับ
ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจ D Network Worldwide
          ทำไมผมถึงเลือกทำธุรกิจเครือข่ายกับที่นี่แหล่ะ ผมก็เลยมองที่เจ้าของครับ D network worldwide มีความพิเศษอย่างนี้ครับ ที่นี่มีเจ้าของอยู่ 3 คนด้วยกัน เป็นลักษณะผู้ร่วมก่อตั้งนั่นแหล่ะครับ จากที่ได้พูดคุยและเช็คประวัติดูบุคคลทั้งสามท่านนี้ถือได้ว่าไม่ธรรมดา เป็น “ปราชญ์ขายตรง” ก็ว่าได้นะครับ ลองมาดูว่ามีท่านใดบ้างนะครับ


สามารถดูวิสัยทัศน์ พันธกิจ มุมมองการสร้างธุรกิจ บริษัท D Network Worldwide
ได้ที่นี่เลยครับ http://www.d-nww.com/dww/aboutus.html
1.   อาจารย์สาคร             ใสกมล
2.   อาจารย์ภูมิสนอง         หล้าสุด
3.   อาจารย์อุทัย               แจ่มฟ้า
ลองมาดูประวัติของแต่ละท่านนะครับ
-  อาจารย์สาคร  ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง ท่านนั้นอยู่ในธุรกิจเครือข่ายยุคต้น ๆ ทำธุรกิจเครือข่ายในสมัยนั้นค่อนข้างยาก เพราะยังไม่เปิดกว้างมากมาย แต่ตัวท่านเองสามารถพิชิตรายได้ 190,000 ต่อเดือน อายุ 21 ปีเท่านั้น ในปี 2536 ในสมัยนั้น บุคคลที่มีรายได้หกหลักต่อเดือน ถือว่าไม่ธรรมดาเลย และในเวลาต่อมา ท่านก็ก้าวไปสู่ตำแหน่ง GM บริหารงานบริษัท โนโวเทรด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในปี 2538 โดยมีคุณตุ้น หาญไกรพงศ์ เจ้าของบริษัทเคนยากุ (ประเทศไทย)จำกัด เป็นที่ปรึกษา ซึ่งบริษัทผลิตสินค้าให้ทางเราด้วย ท่านอาจารย์ ฯ เก่งเรื่องของการบริหารงาน เน้นสร้างผู้นำ ท่านก็มีส่วนช่วยมาบริหารทีมงานในส่วนของบริษัท มินเนอร์.......... จนมีชื่อเสียงและเป็นเบอร์หนึ่งของที่นั่น และเป็นผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาบุคลากร และมีองค์กร แปดแสนรหัสสมาชิก และบริหารที่นี่เกือบ 10 ปีเลยทีเดียว รวมแล้วก้อประมาณ 20 ปีที่อยู่ในธุรกิจเครือข่าย
          - อาจารย์ภูมิสนอง หล้าสุด ผู้ร่วมก่อตั้งท่านนั้น อยู่วงการธุรกิจเครือข่ายมา 20 ปี เช่นกัน ตัวอาจารย์ ฯ เคยเป็นวิศวกรมาก่อน โดยหันเหมาทำธุรกิจเครือข่าย จนสามารถสร้างรายได้หกหลักเช่นกัน ท่านเคยร่วมงานกับอาจารย์สาคร ใสกมลช่วงธุรกิจเครือข่ายแรก ๆ แต่ต่างสายงานกัน ทำงานควบคู่กันมา และหลังจากนั้น ท่านก็แยกย้ายกันไปทำธุรกิจเครือข่าย มีรายได้หกหลัก และท่องเที่ยวต่างประเทศมากมาย ลงนิตยสารเพื่อเป็นกำลังใจให้นักธุรกิจเครือข่ายมากมาย
          - อาจารย์อุทัย  แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อนตั้ง ท่านนั้น อยู่วงการธุรกิจเครือข่ายตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ จนประสบความสำเร็จ ร่วมงานอาจารย์ภูมิสนอง หล้าสุด เพราะเป็นผู้แนะนำธุรกิจมานั่นเอง ท่านเป็นนักบริหาร และปลุกพลังนักธุรกิจเครือข่ายมาโดยตลอด เป็นนักสร้างกำลังใจ นักบริหารที่มีองค์กรมากมาย มีรายได้หกหลักต่อเดือนเช่นกัน อยู่ในธุรกิจนี้มา 20 ปีเช่นกัน
          นี่เป็นประวัติของประธานทั้ง 3 ท่านของบริษัท D Network Worldwide ถือว่าไม่ธรรมดาเลยที่บุคคลที่ถือได้ว่าเป็นแม่แบบ เป็นครูนักปั้นนักธุรกิจเครือข่ายมาเป็นนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศไทย มีลูกศิษย์มากมาย มารวมกันมาร่วมสร้าง D network worldwide ร่วมกัน ถือได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์เลยทีเดียว เมื่อรวมประสบการณ์ทั้ง 3 ท่าน ก้อเกือบ 60 ปี แต่ละท่านเก่งกันหลากหลาย ซึ่งสามารถช่วยการบริหารงานได้อย่างลงตัว หากท่านได้ลองมาสัมผัส ผู้บริหารของที่นี้ ผมเชื่อเลยว่าท่านจะมีความรู้สึกที่ดี สามารถนำประสบการณ์ที่ดีของทั้งสามท่าน นำแนวคิดของท่านมาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี อย่างคำกล่าวที่ว่า “คุยกับปราชญ์หนึ่งคืน ดีกว่าเรียนรู้เอง 10 ปี” นี่แหล่ะครับเป็นเหตุผลข้อแรกที่พิจารณาเลือกบริษัท ต่อไป ท่านติดตามบทความต่อไปได้นะครับว่า ผมมีวิธีเลือกพิจารณาสินค้าในธุรกิจขายตรงอย่างไรบ้าง แล้ว D Network Worldwide มีหลักการเลือกสินค้าอย่างไร ในบทความต่อไปนะครับ        


"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา"

ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แนวคิดในการทำธุรกิจเครือข่าย Training to success

สวัสดีครับ วันนี้ ผมมาแชร์ แนวคิดในการทำธุรกิจเครือข่าย 
โดยปราชญ์ขายตรง แห่ง D Network Worldwide 
ในบรรยากาศ Training to success เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2553 



ลองมาฟังกันดูนะครับ 
แชร์ความคิดเห็นของท่านได้นะครับ


"คุยกับปราชญ์ 1 คืน เหมือนทำมาแล้ว 10 ปี"



"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา" 
ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150

แนวคิดในการทำธุรกิจเครือข่าย โดยประธานผู้ก่อตั้ง D Network Worldwide

สวัสดีครับ วันนี้ ผมมาแชร์ แนวคิดในการทำธุรกิจเครือข่าย 
โดยปราชญ์ขายตรง แห่ง D Network Worldwide 
ในบรรยากาศ Training to success เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2553 



ลองมาฟังกันดูนะครับ 
แชร์ความคิดเห็นของท่านได้นะครับ



"คุยกับปราชญ์ 1 คืน เหมือนทำมาแล้ว 10 ปี"



"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา" 
ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150

ผู้เปิดโอกาสทางธุรกิจ

สวัสดีครับ วันนี้ ผมจะแนะนำผู้เปิดโอกาสทางธุรกิจ คำ ๆ นี้ ในธุรกิจเครือข่าย คือ ผู้แนะนำเราเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายนั่นเอง หรือ Upline นี่แหล่ะครับ แต่ ผู้เปิดโอกาสทางธุรกิจของผมนั้น เค้าไม่ได้เปิดโอกาสในธุรกิจเครือข่ายอย่างเดียว ท่านยังเปิดโอกาสในการประสบความสำเร็จในชีวิต โอกาสได้ค้นพบธรรมะที่ยิ่งใหญ่ โอกาสการพัฒนาตนเอง ที่เป็นพี่ เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพ่อแม่ ที่คอยดูแล ตลอดระยะเวลาที่เริ่มรู้จักกัน จนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือ คุณพฤฒิภิวัตน์ และคุณสุวิมล เพ็งเภา



หลายคนในธุรกิจเครือข่าย ไม่ใช่สิ ทุก ๆ คนมีผู้เปิดโอกาสทางธุรกิจทั้งนั้น แชร์ความคิดเห็น และประสบการณ์ของท่านได้ที่นี่นะครับ





"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา"

ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150

แนวคิด ปราชญ์ขายตรง แห่ง D Network Worldwide

สวัสดีครับ วันนี้ ผมมาแชร์ แนวคิดในการทำธุรกิจเครือข่าย 
โดยปราชญ์ขายตรง แห่ง D Network Worldwide 
ในบรรยากาศ Training to success เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2553 



ลองมาฟังกันดูนะครับ 
แชร์ความคิดเห็นของท่านได้นะครับ



"คุยกับปราชญ์ 1 คืน เหมือนทำมาแล้ว 10 ปี"



"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา" 
ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิสัยทัศน์ธุรกิจเครือข่าย MLM

วิสัยทัศน์ธุรกิจเครือข่าย MLM
          สวัสดีครับ วันนี้ผมขอแชร์ แนวโน้ม เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย ที่เรียกว่า MLM หรือขายตรง มาเล่าสู่กันฟังนะครับ ซึ่งผมนั้นได้ฟังคำบอกเล่าของปราชญ์ขายตรงท่านหนึ่งครับ ลองมาดูกันนะครับว่า ท่านมองอย่างไร
          ท่านมองว่า ธุรกิจขายตรง นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุคด้วยกันครับ ดังนี้

          1. ยุคผูกขาด (ก่อนปี พ.ศ. 2539)
          เมื่อก่อนนั้น ธุรกิจขายตรง ยังมีไม่กี่บริษัท ครับ ที่ทำการตลาด เพราะว่ายุคนี้คนทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จัก มองเป็นอาชีพเสริม และทำเป็นอาชีพนั้นน้อยมากครับ ด้วยเหตุนี้คนที่สนใจเลยไม่ค่อยมีทางเลือกเหมือนสมัยนี้ครับ ต้องทำอยู่ไม่กี่บริษัท ซึ่งแผนการตลาดจะยากสักเพียงใด ก็จะทำ ยกตัวอย่างเช่น แอม.... , กิฟ..... , ซู ..... , สุ ..... เป็นต้นครับ

          2. ยุคการแข่งขัน ( ปี 2539 – 2553)
          ยุคนี้นะครับ ถือได้ว่าเป็นยุคที่เศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดีนัก แต่อุตสาหกรรมขายตรง โตสวนกระแส จึงทำให้ นายทุน หรือ บรรดาเจ้าของกิจการ ทั้งหลาย หันมาสนใจธุรกิจเครือข่าย ซึ่งส่วนมากไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย เลยต้องจ้างผู้บริหาร จ้างบุคลากรมาบริหารงาน โดยเน้นสร้างผลกำไรเป็นหลัก (เป็นธรรมชาติของนายทุน) ซึ่งยุคนี้ถือได้ว่า มีบริษัทขายตรง เปิดกันมากมาย ครับ มาจากทุกประเภทธุรกิจ อาจจะประสบความสำเร็จจากกิจการอื่นๆ  มาครับ  บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ก้อไม่เว้นครับในการเข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย ทำให้เป็นสีสันในวงการขายตรงเลยทีเดียว แต่ปัญหาก็มีจนได้ครับ คือเมื่อเจ้าของไม่ช่ำชอง ไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายแล้ว การจ้างผู้บริหารมาบริหารนั้น ใช่ว่าจะดีเสมอไปครับ ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 ประเภท นะครับคือ

- บริหารเก่ง
ผู้บริหารบางคนก็บริหารดีครับ ทำให้บริษัทโต มียอดขายกระฉูดครับ แต่....เมื่อมันมีการแข่งขัน บริษัทอื่น ๆที่จับตามองอยู่ ก้อเสนอ ข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ ให้ จำต้องย้ายบริษัท ไปพัฒนาบริษัทที่เสนอมา แล้วบริษัทเดิมอาจจะจ้างผู้บริหารอื่น ๆ มาใหม่เพื่อแทนที่คนเดิม มันก็เกิดปัญหาที่ว่า เมื่อคนใหม่มา นโยบายก็ต้องเปลี่ยนไป ให้ดีกว่าเก่า(หรือเปล่า) เกิดการโยกย้าย เอาคนของตนเองมาช่วยบริหาร เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ๆ ส่วนของเจ้าของก็คิดอย่างเดียวครับว่า ก้อมาแล้วได้กำไรมากกว่าเดิมก้อโอเคครับ แต่หากขาดทุนแล้วหล่ะก็คงจะให้อยู่ตลอดเลยหล่ะ (มั๊ง) 

-  บริหารไม่เก่ง
เมื่อเจ้าของไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจเครือข่าย จึงแสวงหาผู้บริหารมาบริหารงานให้ หรือไม่ก็เป็นแม่ทีมครับ เสนอนโยบาย เสนอสินค้า แผนการตลาดอย่างนี้ อย่างนั้น จัดโปรโมชั่นโน้นนี่นั่น เมื่อมานำเสนอเจ้าของบริษัท (นายทุน)พิจารณาแล้ว ก็เออ ออ ห่อหมกทำตามที่เสนอ หากถ้าบริหารดี ๆ ก้อดีไปครับ แต่ถ้าไม่ได้เรื่อง ก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หาจุดลงตัว (นั่นคือกำไร) ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ครับ
นั่นทำให้อุตสาหกรรมเครือข่ายเกิดอาการที่ว่า เปิด ๆ ปิด ๆ เรื่อย ๆ แม่ทีมก้อย้ายค่าย ๆ เปลี่ยนค่ายไปเรื่อย ๆ นักธุรกิจเกิดอาการเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ มองว่าธุรกิจนี้ไม่มั่นคง ไม่สามารถทำแล้วเกษียณได้

3. ยุคกอบกู้ หรือยุคมืออาชีพ (ปี 2553 – ปัจจุบัน)
ยุคนี้เป็นยุคที่บรรดานายทุน เริ่มเกิดอาการเบื่อหน่าย หรือไม่สามารถทำให้เกิดผลกำไรดังที่ต้องการแล้ว ซึ่งปัจจุบันนี้ยังมีอยู่ แต่บรรดามืออาชีพในธุรกิจเครือข่าย นั่นก็คือ บรรดาแม่ทีม ที่ประสบความสำเร็จ มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจเครือข่าย หันมาเปิดบริษัทเอง ซึ่งนั่นก็คือมืออาชีพในธุรกิจนี้มาทำเอง โดยมืออาชีพนั้น ประสบความสำเร็จมาแล้ว และรู้ลึก ตื้นหนาบางของธุรกิจนี้ สามารถที่จะสร้างผู้นำ และบริหารองค์กรให้ยิ่งใหญ่ สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ในการดำเนินธุรกิจให้ดีขึ้น และทำให้ธุรกิจนี้เกษียณได้จริง

4. ยุคเติบโต และมั่นคง (อนาคต)
ยุคนี้เป็นยุคที่ถือได้ว่าธุรกิจขายตรง เป็นอาชีพหนึ่ง ซึ่งภาพลักษณ์จะดูดี ทำแล้วสามารถสร้างรายได้ และเกษียณได้จริง ทำธุรกิจบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แล้วจะทำยึดเป็นอาชีพ โดยทำระยะเวลายาว ยุคนี้นั้น จะหมดยุคของนายทุนแล้วหล่ะครับ บรรดามืออาชีพเท่านั้นถึงจะทำธุรกิจอุตสาหกรรมนี้ แต่ยุคมืออาชีพนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

- มืออาชีพที่มุ่งเน้นในเรื่องผลกำไรเป็นหลัก
มืออาชีพประเภทนี้ติดนิสัยนายทุนมานิด ๆ แต่สามารถทำกำไรได้โดยมีการเติบโตอย่างมั่นคง และแข็งแรง แต่ติดตรงที่ว่าเกิดความอึดอัด คือดำเนินธุรกิจที่เล่นกับยอดขายเกินไป ไม่เป็นธรรมชาติ หรือเล่นตามกระแสธุรกิจ

-  มืออาชีพที่มุ่งเน้นในเรื่องความสวยงามของธุรกิจเป็นหลัก
มืออาชีพประเภทนี้มักมีแรงบันดาลใจ อย่างไร้ขีดจำกัด ทำเท่าแรงบันดาลใจจะใฝ่ถึง (ประมาณ อารมณ์ศิลปิน) ทำจริงจัง ตั้งใจ ค่อย ๆ เป็น ๆ ไป วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ตามกลยุทธ์ที่สะสมประสบการณ์มานั่นเอง โดยจะดำเนินธุรกิจระยะยาว ที่สามารถถ่ายโอนธุรกิจเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ มีอิสรภาพจริง เกษียณได้จริง อะไรที่คิดว่าทำให้องค์กรดีแล้ว จะทุ่มเททำอย่างสุดกำลัง ไม่มีคำว่าดีที่สุด บริหารองค์กร โดยเน้นทำความเข้าใจ และแบ่งปันประสบการณ์ความสามารถ ให้แก่นักธุรกิจหน้าใหม่ สร้างผู้นำมาบริหารงาน และคอยช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จ โดยยึดหลักธรรมในการบริหาร มีคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ

เอาหล่ะครับ วันนี้ ท่านลองพิจารณาดูนะครับ บริษัทขายตรงที่ท่านทำอยู่ เป็นประเภทไหน มีวิสัยทัศน์อย่างไรในการบริหาร ท่านต้องพิจารณาให้รอบคอบนะครับ ในการเลือกทำธุรกิจเครือข่ายนะครับ 




"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา"

ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150

แนะนำตัวก่อนครับ


แนะนำตัวก่อนครับ

     สวัสดีครับ ผม ภัทรพล คำบุญเรือง ชื่อ อูมนะครับ ปัจจุบัน อายุ 23 ปี
     กำลังศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะการตลาด
ประวัติโดยย่อนะครับ
- เคยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ Thai Bank ตอนอายุ 19 ปี เคยมีรายได้ต่อเดือนสูงประมาณ 60,000 บาทต่อเดือน
- เคยทำงานประจำ เป็น Account Executive บริษัทซอฟแวร์บัญชีสำเร็จรูป ย่านรามคำแหง อายุน้อยที่สุด
          - เคยเป็นเถ้าแก่ ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรโบราณ (((ธุรกิจส่วนตัว))) อายุน้อยที่สุดเช่นกัน
          - เคยทำธุรกิจเครือข่าย ตั้งแต่สมัยเรียน มัธยมปลาย จนถึงปัจจุบัน (พักบ้างในช่วงทำธุรกิจส่วนตัว)
ทำไมถึงทำธุรกิจเครือข่าย
          ผมนั้นมีแรงบันดาลใจจากหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก ชุด เงินสี่ด้าน” ซึ่งทำให้ผมอยากมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา และอยากมี Passive Income เข้ามา เหมือนคนฝั่งขวา คือเจ้าของธุรกิจ และบรรดาเศรษฐี ทั้งหลาย ซึ่งธุรกิจเครือข่าย ถือเป็นธุรกิจที่ “ลงทุนน้อยที่สุด ความเสี่ยงต่ำที่สุด” ซึ่งหากสร้างระบบเสร็จแล้ว สามารถเกษียณได้

แล้วทำไมถึงทำธุรกิจ D Network Worldwide
          ผมมองว่าที่นี่มีความพร้อมและครบองค์ประกอบมากที่สุด ในบรรดาธุรกิจเครือข่ายที่ผมศึกษามาและ ลองสำรวจดูธุรกิจเครือข่ายทั่ว ๆ ไป ซึ่งสิ่งที่ บริษัทนี้มีนั้นคือ  5D นั่นก็คือ องค์ประกอบครบทั้ง 5 และเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไว้โอกาสต่อไปจะเล่าประสบการณ์ให้ฟังนะครับ




"ความสำเร็จของท่าน คือเป้าหมายของเรา"

ร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่กับเรา

ภัทรพล   คำบุญเรือง
ผู้นำธุรกิจออนไลน์สมัยใหม่

Tel : 08-3014-6269 , 08-5515-5150

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More